ระบบไฟ LED ที่มีประสิทธิภาพสูงและให้แสงครอบคลุมสเปกตรัมเต็มรูปแบบ
ระบบไฟ LED ที่ทันสมัยซึ่งรวมอยู่ในชุดเต็นท์ปลูกภายในอาคารระดับพรีเมียมนั้นให้ประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่เหนือกว่าใคร พร้อมทั้งส่งมอบคุณภาพของสเปกตรัมแสงที่เหมาะสมที่สุดสำหรับกระบวนการสังเคราะห์แสง โซลูชันการให้แสงขั้นสูงเหล่านี้ใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยลงสูงสุดถึงร้อยละ 60 เมื่อเทียบกับหลอดไฟแบบปล่อยประจุความเข้มสูง (HID) แบบดั้งเดิม ขณะเดียวกันยังให้คุณภาพของแสงที่เหนือกว่าและสร้างความร้อนน้อยมาก การออกแบบแบบสเปกตรัมเต็มรูปแบบเลียนแบบแสงแดดธรรมชาติ โดยรวมคลื่นแสงเฉพาะที่สอดคล้องกับแต่ละระยะของการเจริญเติบโตของพืช ตั้งแต่ระยะการเจริญเติบโตของลำต้นและใบ ไปจนถึงระยะการออกดอกและติดผล คลื่นแสงสีแดงส่งเสริมการออกดอกและการพัฒนาผล ในขณะที่คลื่นแสงสีน้ำเงินกระตุ้นการเจริญเติบโตของลำต้นและใบอย่างแข็งแรง รวมทั้งช่วยให้โครงสร้างพืชมีความแน่นหนา การควบคุมสเปกตรัมแสงอย่างแม่นยำทำให้ผู้ปลูกสามารถปรับสูตรแสงให้เหมาะกับชนิดพืชเฉพาะและผลลัพธ์ที่ต้องการได้ ระบบ LED รุ่นใหม่ล่าสุดมาพร้อมความสามารถในการหรี่แสง (dimming) และฟังก์ชันตั้งเวลาแบบโปรแกรมได้ ซึ่งจำลองวงจรแสงธรรมชาติระหว่างวัน เพื่อส่งเสริมจังหวะชีวภาพ (circadian rhythms) ที่แข็งแรงในพืช การลดความร้อนที่เกิดขึ้นทำให้ไม่จำเป็นต้องติดตั้งระบบระบายความร้อนเพิ่มเติม จึงช่วยลดการใช้พลังงานและลดความซับซ้อนในการดำเนินงานลงอีกด้วย การกระจายแสงอย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งทรงพุ่มของพืช (growing canopy) ช่วยให้พืชทั้งหมดภายในชุดเต็นท์ปลูกภายในอาคารเจริญเติบโตอย่างสม่ำเสมอ ป้องกันปัญหาเงาตกและจุดร้อน (hotspots) ซึ่งมักเกิดขึ้นกับระบบให้แสงแบบดั้งเดิม อายุการใช้งานอันยาวนานของเทคโนโลยี LED ซึ่งมักเกิน 50,000 ชั่วโมง ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างเชื่อถือได้เป็นเวลาหลายปี พร้อมลดต้นทุนการเปลี่ยนอุปกรณ์และภาระงานด้านการบำรุงรักษา โครงสร้างแบบโมดูลาร์ (modular design) ช่วยให้สามารถขยายหรือปรับเปลี่ยนระบบได้อย่างง่ายดายตามความต้องการในการปลูกที่เปลี่ยนแปลงไป ความสามารถในการเปิดใช้งานทันที (instant-on) ช่วยกำจัดระยะเวลาอุ่นเครื่อง (warm-up period) ทำให้สามารถใช้แสงได้ทันทีเมื่อจำเป็น รุ่นขั้นสูงยังผสานการเชื่อมต่อแบบไร้สายเพื่อควบคุมและตรวจสอบจากระยะไกล ทำให้ผู้ปลูกสามารถปรับตารางเวลาและระดับความเข้มของแสงผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนได้ ด้วยการผสมผสานระหว่างประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูง ปฏิกิริยาตอบสนองที่ยอดเยี่ยมจากพืช และความสะดวกในการใช้งาน ระบบ LED เหล่านี้จึงกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบการปลูกภายในอาคารยุคใหม่ ทั้งยังมอบประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดต้นทุน พร้อมเพิ่มศักยภาพในการผลิตของพืชสูงสุด